จากที่เมื่อวานถามไปว่าไอ้นี่คือตัวอะไร
มันก็คือระยะ Ephyra (อ่านว่า อีไฟร่า) ของแมงกะพรุนนั่นเองล่ะจ้ะ
(เป็นระยะตัวอ่อนก่อนจะไปเป็นตัวเต็มวัยที่เราเห็นกัน)
.
ข้างล่างนี่จะเป็นเชิงวิชาการที่จะอธิบายให้คนไม่รู้เรื่องอ่านง่ายๆนะ
ที่อัพเพราะจะได้ทวนที่เรียนมาด้วย เวลาสอบจะได้เกรดดีๆ 555+
**ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามเลย อย่าทิ้งตัวเองให้งงนะ**
***ถ้าตรงไหนเค้าอธิบายไม่ถูก รบกสนคุณอิศช่วยแย้งด้วยนะ***
.
.
.
แมงกะพรุน (Jelly) อยู่ในไฟลัมนิดาเรีย (Phylum Cnidaria)
คลาสคริปโฟซัว (Class Scypphozoa)
ตัวเต็มวัยมีรูปทรงแบบเมดูซ่า (medusa) คือเป็นทรงกลมคว่ำ
และมีระยะโพลิป (polyp) คือทรงเดียวกับเมดูซ่า
แต่ว่าหงายท้อง สลับกัน ในช่วงของวงจรชีวิต
มีขนาดเล็ก เกาะอยู่กับที่ (อาจจะเป็นก้อนหิน หรืออื่นๆ)
โดยที่เราจะเห็นบ่อยเป็นระยะเมดูซ่าซึ่งเป็นตัวเต็มวัยนั่นเอง
มันจะว่ายน้ำแบบแพลงตอน คือล่องลอยไปเรื่อยๆในแนวระนาบ
แต่ในแนวดิ่งสามารถจะขึ้นสู่ผิวน้ำ หรือจมลงข้างล่างได้
มีการสืบพันธุ์ทั้งระยะอาศัยเพศ (Sexual Reproduction)
โดยมีการผสมกันของไข่และสเปิร์ม
และระยะไม่อาศัยเพศ(Asexual Reproduction)
เปป็นการแบ่งเซลล์ ให้หลุดออกไปเป็นอีกตัว
.
มาดูภาพที่เป็นลายเส้นวงจรชีวิตของแมงกะพรุนกัน!
credit : Link on pic
เริ่มจากระยะเมดูซ่าละกันนะ
(ถ้าจำไม่ผิด) จะมีแมงกะพรุนตัวผู้กะตัวเมีย ตัวผู้จะสร้างสเปิร์ม
ส่วนตัวเมียจะสร้างไข่ แล้วไข่กับสเปิร์ม
จะมาผสมกันเป็นไซโกต (zygote)
ไซโกตจะพัฒนาไปเป็นระยะพลานูล่า (planula)
ที่รูปทรงไม่เป็นทั้งเมดูซ่าหรือโพลิป มีซีเลีย (cilia) เป็นตัวช่วยเคลื่อนที่
แล้วก็จะพัฒนาต่อไปเป็นระยะสคิปฟิสโตมา (scyphistoma)
ที่มีลักษณะเป็นโพลิป แล้วสคิปฟิสโตมาจะมีการแบ่งตัวตามขวาง
จนมีลักษณะเป็นแผ่นเหมือนเหรียญเรียงซ้อนติดๆกัน
แล้วจะค่อยๆพัฒนาต่อไปเป็นระยะสโตรบิลา (strobila)
ระยะสโตรบิลาก็จะแบ่งไอ้ชั้นๆนั่นให้แยกจากกันชัดเจนขึ้น
แต่ละชั้นก็จะมีขอบแตกออกเป็น 8 แฉก
เรียกแฉกนั้นว่าเทนตาเคิล (tentacle)
แล้วไอ้แผ่นๆนี่ก็จะหลุดออกไปทีละชั้น เรียกว่า อีไฟร่า (ephyra)
ซึ่งจะมีลักษณะเริ่มจะคล้ายกับตัวเต็มวัยแล้ว
แต่ละเทนตาเคิลจะค่อยๆเจริญต่อไปเป็นหนวดของแมงกะพรุน
เมื่อพัฒนาเต็มที่แล้ว ก็จะเป็นแมงกะพรุนตัวเต็มวันพร้อมที่จะสืบพันธุ์
แล้ววนเป็นวงจรแบบนี้~~
.
เปรียบเทียบแบบลายเส้นกับของจริงดีกว่า
credit : medusa - http://members.virtualtourist.com/m/3f01b/138f7a
Planula - http://science.kennesaw.edu/~jdirnber/InvertZoo/LecPorifera/Porif.html
Scyphistoma - http://www.arkive.org/common-jellyfish/aurelia-aurita/image-A7990.html
Strobila - http://uk.wilipedia.org
Ephyra - http://bioimage.csusb.edu/class_schphozoa.htm
.
- ระยะสคิปฟิสโตมา (scyphistoma) กับ สโตรบิลา (strobila)
สามารถแบ่งได้มากจนเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด
แต่จริงๆมันก็มีจุดที่ไม่แบ่งตัวอีกแล้วเหมือนกัน
แต่กว่าจะถึง...มันก็แบ่งได้เยอะมากๆ *0*
- ระยะอีไฟร่า (ephyra) มีหลายแบบหลายสี
ขึ้นอยู่กับชนิดของแมงกะพรุน
(ในเนทบางเวบเค้าก็มีแบบที่เรืองแสงได้ด้วยนะ)
- แน่นอนว่าระยะสโตรบิลา (strobila) ก็ด้วยแหละ
.
อันนี้เป็นรูปที่วาดส่งในแลบล่ะ
.
มาดูสัตว์อื่นในไฟลัมนี้กันด้วยแล้วกันนะ
ก็ไฟลัมนิดาเรีย (Phylum Cnidaria) จะแบ่งออกเป็น 3 คลาสคือ
1. คลาสไฮโดรซัว (Hydrozoa)
2. คลาสคริปโฟซัว (Class Scypphozoa)
3. คลาสแอนโธซัว (Anthozoa)
คลาสไฮโดรซัว (Hydrozoa) ก็เช่น ไฮดรา (Hydra)
กับ โอบิเลีย (Obelia) เป็นต้น
โอบิเลียในรูปเป็นระยะโพลิปนะ
เห็นไอ้ตรงที่มันเหมือนถ้วยแล้วมีหนวดมั้ย?
นั่นแหละเป็นส่วนของโพลิปล่ะ!
แล้วมันก็มีระยะที่เป็นเมดูซ่าเหมือนกัน
(คลาสนี้ระยะโพลิปเด่น)
.
คลาสคริปโฟซัว (Class Scypphozoa) ก็อย่างที่อธิบายไปแล้ว
ก็คือแมงกะพรุน (jelly) นั่นเอง~~
(คลาสนี้ระยะเมดูซ่าเด่น)
.
คลาสแอนโธซัว (Anthozoa) จะมีลักษณะเป็นโพลิปอย่างเดียว
ไม่มีระยะที่เป็นเมดูซ่าเลย สัตว์ที่อยู่ในคลาสนี้ก็มี
ดอกไม้ทะเล (sea anemone) กับปะการัง (coral) เป็นต้น
มีโครงสร้างค้ำจุนร่างการแข็งเป็นพวกหินปูน
ข้างล่างเป็นรูปปะการังแบบต่างๆ ถ่ายมาจากในแลบ
ส่วนนี่เป็นปะการังอ่อน ยังไม่มีโครงสร้างแข็งที่เป็นพวกหินปูน
ของจริงจะมีสีแดงสดมากๆ แต่เอามาดองในขวด
แล้วสีมันก็เลยจางลงแบบนี้แหละ มันจะแดงทั้งอันเหมือนสีแดงในรูปเลย
(ขวดนี้ถ้าทิ้งไว้นานๆก็สีหายหมดเหมือนกัน)
.
ส่วนนี่เป็นภาพขยาย 100 เท่าของเส้นใยฟองน้ำถูตัว (sponge)
(ที่เป็นฟองน้ำทะเลธรรมชาตินะ ไม่ใช่ฟองน้ำสังเคราะห์)
((ในแลบมีการแอบฮาเอาฟองน้ำล้างจานมาให้ดูด้วย *0*))
(((มีด้านนึงเป็นสก็อตไบร์ทด้วยล่ะ
/me ปล่อยมุกกระจายเกลื่อนแลบ 555+)))
ฟองน้ำถูตัวอยู่ในไฟลัมพอร์ริเฟอร์ร่า (Phylum Porifera)
.
***NOTE สำคัญมาก!
เวลาเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ ให้ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่แล้วเอนแบบนี้
Oryza sativa
แต่เวลาเราเขียนบนกระดาษ มันจะเขียนเอนไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ
ก็เลยต้องขีดเส้นใต้แทนแบบนี้
Oryza sativa
สังเกตดีๆนะว่าไม่ลากยาวทั้ง 2 คำ แต่มีเว้นช่องด้วย
แต่บางทีเราจะเห็นว่าชื่อหลังมันจะเป็นคำว่า sp.
อันนั้นไม่ต้องขีดเส้นใต้หรือทำตัวเอนนะจ้ะ
แล้วก็หลังจาก 2 คำแรกไปแล้วไม่ใช่ชื่อทางวิทยาศาสตร์นะ
สมมุติว่า Oryza sativa Chunsa.
Chunsa เป็นชื่อของคนที่ตั้งชื่อไอ้สิ่งมีชีวิตนี้ขึ้นมา
.
.
.
ป.ล. เป็นการอัพเอนทรี่ที่วิชาการมากๆ 555+
.
ป.ล.2 อัพเพื่อเตรียมไปดำน้ำอย่างรู้เรื่องว่าไอ้ตัวที่เราเห็นมันคืออะไร
อ้อ...ยะไม่ได้ไปเรียนดำน้ำอะไรนะ คือไปดำแบบสน็อคเกิลอ่า
เป็นทริปที่คนที่เรียนซูฯต้องไปดำน้ำทุกคนน่ะ



