Wayu,Wayo & Thai side story*
Part 1 : unexpectedly or destiny?
(ความบังเอิญ หรือ พรหมลิขิต?)
Feat. : Thai
.
.
วันศุกร์ ที่ xx เดือน กันยายนนี้...
เป็นวันที่วายุมีแสดงโชว์เดี่ยวเปียโนในงาน
"Love Memories of Voice and Rhyme"
และวงประสานเสียงของ "คี" ก็ได้แสดงในงานด้วย
.
.
.
3.35 pm @ room 4/1
(สมมุติว่าเป็นเวลาเลิกเรียน)
.
"ไทย...วันนี้เราขอไม่ทำเวรวันนึงนะ" วาโยหิ้วกระเป๋า
ด้วยอาการทุลักทุเลเดินไปหาไทยที่โต๊ะแล้วแจ้งความประสงค์
"อ้าว...ทำไมล่ะโย?" ไทยที่กำลังเก็บกระเป๋าเงยหน้าถาม
"คือวันนี้ยุมันมีแสดงเปียโนน่ะ
แล้วเราต้องรีบกลับบ้านไปเตรียมตัวน่ะ"
เจ้าตัวพูดแล้วชี้โบ้ยมาทางวายุ
"อ๋อออออ" ไทยพยักหน้าเข้าใจ
"แล้วนายได้แสดงด้วยกะเค้าป่าวเนี่ย" มินท์ที่นั่งแถวถัดมาเอ่ยถาม
"อื้อ...เล่นไวโอลินให้ยุเพลงนึงน่ะ"
"ได้ร้องเพลงด้วยเพลงนึงนะ..." วายุที่เข้ามาสมทบทีหลังพูดขึ้น
"ว๊าววว จริงเหรอยุ...เราอยากไปมั่งจัง" มินท์ดูท่าทางตื่นเต้น
"มีบัตรฟรีป่าวยุ~" อินทรีถามหาบัตรฟรีทันที
"ขอโทษทีนะ...เราให้เพื่อนนายแบบไปแล้วเมื่อวานน่ะ"
วายุเอ่ยขอโทษอย่างสุภาพ
"ไม่เป็นไร ยังไงเราก็คงไม่ได้ไปหรอก" อินทรีโบกมือปัดๆ
แล้วหันหลังไปทางลี่ลี่แล้วยิ้มส่งประกาย
"งานนี้คีก็ไปแสดงด้วยนะ ลองไปถามคีสิว่ามีบัตรมั้ย"
วายุเสนอทางเลือกอีกทางสำหรับคนที่กำลังหาบัตร
คีมองมาแล้วชูบัตรผู้ร่วมงานโชว์
พร้อมกับล้วงบัตรบางๆที่หน้าตาเหมือนบัตรผ่านขึ้นมาอีก 5 ใบ
เพื่อนๆที่อยากได้เลยรีบเข้าไปรุม~~
"งั้นเราขอตัวก่อนนะ พอดีเค้าให้ไปแสตนด์บายก่อน 6โมงเย็นน่ะ"
วาโยพูดแล้วเดินออกจากห้องไป
"ขับรถกันดีๆล่ะทั้งสองคน" ไทยอวยพร
"อื้อ~~~ไปก่อนนะทุกคน" ยุกับโยโบกมือลา
"บ๊ายบายจ้า ยุโย" ในที่สุดลี่ลี่ก็เอ่ยอะไรออกมาได้
หลังจากที่โดนอินทรีนั่งจ้องอยู่นาน...
.
.
3.55 pm @ room 4/1
.
R R R R~~~
"ฮัลโหล...ว่าไงครับป๊า?"
ไทยกดรับโทรศัพท์ขณะกำลังลบกระดาน
"แกอยู่ไหนตอนนี้ไอ้ลูกชาย?" เสียงปลายสายดังขึ้นทันที
"อยู่โรงเรียนครับ...มีอะไรรึเปล่า?"
"เออ...เดี๋ยวป๊าไปรับ ตอนเย็นเราจะไปงานกัน"
"งานอะไรเหรอครับ?"
"เออน่ะ...เดี๋ยวก็รู้เอง อย่าถามมาก รอหน้าโรงเรียนนะ เดี๋ยวป๊าไปรับ"
"ครับ แต่วันนี้อาจจะช้าหน่อยนะครับ ไทยต้องทำเวร"
"อื้อๆ" แล้วคนเป็นพ่อก็กดวางสายไป
ป๊าจะพาเราไปงานอะไรนะ?
นานแล้วนะที่ไม่ได้ไปออกงานกลางคืนกับป๊า
ครั้งสุดท้ายนั่นก็...อืม...ตอนม.1 มั้ง
เป็นงานแสดงดนตรีอะไรซักอย่างนี่แหละ
จำได้แค่มีเด็กผู้ชายอายุเท่าเราสองคนแสดงเปิดงาน
คนนึงเล่นไวโอลินได้หวานเพราะจับใจ
ส่วนอีกคน...ดีดเปียโนได้เศร้าเสียจนหัวใจกระตุกวาบ
เหมือนจะร้องไห้ตาม...เสียงเปียโนนั้นเหมือนยังติดอยู่ในหูอยู่เลยแฮะ
.
ผมรู้สึกเหมือนว่า...ผมจะได้ฟังเสียเปียโนนั่นอีกครั้ง...
.
.
.
.
5.23 pm @ Siam Paragon Hall
.
เมื่อสองแฝดมาถึงหลังเวที สต๊าฟก็รีบมาพาไปห้องพักทันที
"คุณวายุ คุณวาโย เชิญแต่งตัวที่ห้องนี้เลยนะคะ"
"ครับ" ทั้งคู่เอ่อยรับแล้วเดินตามสต๊าฟสาวไปทันที
"แล้วเดี๋ยวจะให้ช่างแต่งหน้าไปภายใน 5 นาทีนะคะ"
"ไม่เป็นไรครับ...เดี๋ยวพี่เมย์จะจัดการให้ครับ"
"อ่าค่ะ...มีอะไรเรียกได้เลยนะคะ"
"ครับ" วายุยิ้มตอบ
"แล้วต้องขึ้นแสดงเปิดตัว...คุณวายุ วาโย จะหิวมั้ยคะ?
ไม่ทราบว่าต้องการอะไรรับประทานรองท้องก่อนมั้ยคะ?"
คุณสต๊าฟถามต่ออย่างสุภาพ...มากๆ จนสองหนุ่มเริ่มเกรงใจ
"ผมขอเป็นคลับแซนด์วิช 2 ชุดกับน้ำแร่ก็พอครับ"
แต่วายุก็เอ่ยกับเธออย่างสุภาพต่อไป พร้อมแจ้งสิ่งที่ต้องการ
"รอซักครู่นะคะ ^^" สต๊าฟสาวยิ้มรับแล้วออกไปจัดหา
ขอตามที่สองหนุ่มต้องการ
...
"โอ๊ยยยย...ตื่นเต้นเว้ยยยยย" แล้วจู่ๆวาโยก็โวยวายขึ้นในห้องพัก
ดีที่ห้องนี้เก็บเสียงพอสมควร...ไม่งั้นสต๊าฟข้างนอกได้แห่กันเข้ามาหมดแน่
"เอาน่าโย...เพลงเดียวเองไม่ใช่เหรอไง" วายุที่กำลังลังเลกับชุดอยู่
เค้าไม่รู้ว่าชุดไหนที่เป็นของเค้าหรือของโย
ระหว่างชุดสูทสีขาวทั้งชุดที่มีดอกกุหลาบสีขาวปักที่อกเสื้อ
กับ ชุดสูทสีดำเชิ้ตขาวที่มีดอกกุหลาบสีแดงปีกที่อกเสื้อ
"ก็เพราะไอ้เพลงเดียวนี่แหละ TTATT" วาโยลงไปนั่งกุมขมับ
กับโซฟาสีแดงตัวใหญ่ จนมันแทบจะกลืนร่างเขามิด
"ทำไม?" แล้วว่ายุก็พบกับกระดาษแผ่นเล็กๆแปะไว้ที่ปกเสื้อ
ว่า "วายุ" ที่เสื้อสูทตัวสีขาว
"ก็ไม่ได้ขึ้นเวทีแบบนี้มาตั้งเกือบ 2 ปี...ให้ตายเหอะ"
"แกตื่นเวที?"
"เอออออออออ =A=;;"
"ถึงจะตื่นเต้น...แต่ก็อย่าลืมโน้ตล่ะ"
"ระดับนี้แล้ว เชื่อมือเหอะน่า~~"
"เออ...จะรอดูคนมั่นใจ อย่าให้พลาดล่ะ หน้าแตกทั้งคู่นะเฟร้ย"
"คร๊าบบบบบบบบคุณชายยุสุดแสนจะเพอร์เฟค"
"ดีมาก ^^"
"ว๊ายยยย หนุ่มๆ ทำไมถึงยังไม่แต่งตัวจ้ะ ตายๆๆ"
พี่เมย์-ผู้จัดการส่วนตัวสาวสวยก็เดินเข้ามา
แล้วเมื่อเห็นทั้งคู่ยังไม่มีใครแต่งตัวเลยทั้งๆที่
จะใกล้เวลาแสดงเต็มทีก็โวยวายขึ้น
"ยังไม่ตายซักหน่อยพี่เมย์" วาโยตอบด้วยท่าทางยียวน
"จ้า...เธอจะได้ตายคนแรกแน่วาโย!!"
พี่เมย์เลยส่งสายตาค้อนขวับเข้าให้โครมใหญ่
"แหงะ..." วาโยหน้าหงิกแล้วเริ่มถอย
"เธอน่ะไปแต่งตัวรอเลยละกัน เด๋ยวพี่จะแต่งหน้าให้ยุเค้าก่อน"
พี่เมย์สั่งการเสียงเฉียบ จนหนุ่มน้อยไม่กล้าเถียงหรือถ่วงเวลาอีก
"คร๊าบบบบบ" แต่ก็ยังมิวายทิ้งทวนยืนตะเบ๊ะล้อเลียน
"ครับแล้วก็ไปซักทีสิยะ - -" ยืนทำซากไร เดี๋ยวโดนตื๊บบ"
"แหงะ...ไปแล้วๆ"
ท้ายประโยคตั้งท่าว่าจะเอาจริง เจ้าตัวดีเลยเผ่นแผ่ว
เข้าห้องแต่งตัวที่อยู่ภายในห้องไปโดยดี
"วันนี้เจ้าโยขยันกวนตีนจริง"
ผู้จัดการสาวถอนใจแล้วเปรยกับวายุ
ที่กำลังนั่งอมยิ้มอยู่หน้ากระจกบานใหญ่
"มันติดมาจากราชินีเห็ดในห้องน่ะครับ"
"เห็ด?" ผู้จัดการสาวทวนคำ
"ครับ...ผมเค้าทรงเห็ดน่ะครับ เพื่อนๆเลยเรียกว่ายัยเห็ด"
"อ่อออ" ผู้จัดการสาวทำหน้าเข้าใจ
"ว่าแต่พี่เมย์ครับ...
พ่อกับแม่อล้วก็เยียร์นั่งแถว 2 ตรงกลางเหมือนเดิมใช่มั้ยครับ?"
"จ้ะ ^^ พี่ขอบัตรตรงนั้นให้เหมือนเดิมแหละ"
"แล้วพี่เมย์จะไปนั่งดูผมมั้ย"
"คงไม่จ้ะ...รอให้เธอสองคนแสดงเสร็จแล้วถึงไปนั่งทีเดียว"
"ครับ" ถึงจะว่างั้น แต่หนุ่มน้อยก็หน้าหงอยลง
"เอ้า...เงยหน้าซิ พี่จะได้แต่งหน้าให้ซักที"
พี่เมย์ยิ้มเอ็นดูให้กับหนุ่มน้อยที่ปั้นมาตั้งแต่เด็ก
จนแทบจะกลายเป็นพี่น้องกันจริงๆไปซะแล้ว
.
.
.
.
7.30 pm @ Stage
.
ทันทีที่ถึงเวลา...ไฟทุกดวงในฮอลล์ก็พร้อมใจกันดับลง
เหลือเพียงไฟดวงเล็กๆที่ประดับบนม่านสีดำเป็นฉากหลังบนเวที
ให้เหมือนกับว่าเป็นดวงดาวกำลังเต้นรำ
ไฟที่พื้นเวทีค่อยๆfadeแสงขึ้นมาเล็กน้อย
ทำให้เห็นดรายไอซ์ลอยอ้อยอิ่งเรี่ยพื้น...
ไฟสีส้มอีกดวงก็ติดขึ้นมาที่ใต้แกรนด์เปียโนหลังสีขาว
ซักพัก...ก็มีเสียงใครซักคนค่อยๆเดินอยู่บนเวที
แล้วมานั่งลงที่หน้าเปียโนหลังนั้น
เด็กผู้ชายวัยรุ่นรูปร่างสูงโปร่ง
ผมสั้นเคลียต้นคอสีน้ำตาลทอประกาย
อยู่ในชุดสูทสีขาวทั้งชุด...ถ้าหากนี่เป็นโลกในนิทาน
คนตรงหน้าก็ไม่ต่างจากเจ้าชายสูงศักดิ์เลยแม้เพียงนิด...
แล้วปลายนิ้วก็ค่อยๆวางลงบนคีย์...แล้วเริ่มต้นบรรเลง
(กดเพื่อเล่นเพลงนะคะ ^^)
.
.
바람이 머문 그시간 조차
พา รา มี มอ มุน คือ ชี กัน โช ชา
เวลานี้ที่สายลมพัดผ่าน
나에겐 너무 모자란걸
นา เอ เกน นอ มู โม จา รัน กอล
มันไม่เคยเพียงพอสำหรับผม
한번의 미소 마지막 인사
ฮัน บอน เน มี โซ มา จี มัก กิน ซา
ผมแย้มยิ้มอีกครั้งให้กับการจากลาครั้งสุดท้ายของเรา
사랑합니다 그댈...
ซา ราง ฮัม นี ดา คือ แดล...
ผมรักคุณ...
.
시간에 지쳐도 사랑에 아파도
ชี กา เน จี ชยอ โด ซา ราง เง อา พา โด
ตอนนี้ความรักนั้นทำให้ผมเจ็บปวด
그시간 조차 추억이고
คือ ชี กัน โช ชา ชู ออ กี โก
แต่ผมจะเก็บมันไว้แค่ในความทรงจำ
마지막 인사를 하네요
มา จี มัก กิน ซา ลึล ฮา เน โย
เมื่อผมได้เอ่ยคำลาสุดท้ายออกไป
사랑합니다...사랑합니다 Ha~
ซา ราง ฮัม นี ดา...ซา ราง ฮัม นี ดา Ha~
ผมรักคุณ...ผมรักคุณ
.
Fly away...fly away love...
Hmm~~
Fly away...fly away love...
.
Fly away...fly away love...
.
내생에 단 한번의 사랑아...안녕
แน แซ แง ทัน ฮัน บอ เน ซา ราง งา...อัน นยอง
และหลังจากที่ลมหายใจหมดลง เราจะกลับมาเจอกันอีกครั้ง...
ความรักของผม...ลาก่อน
.
.
แล้วอีกคนที่อยู่ในชุดสูทสีดำก็บรรเลงสีไวโอลิน
อยู่ใต้แสงสปอร์ตไลท์ข้างๆกัน
คนดูได้แต่งงงัน เพราะไม่รู้ว่ามายืนตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่ก็ไม่มีใครสงสัยอะไรอีก...
ด้วยเสียงไวโอลินนั้นช่างอ้างว้างรับกับเสียเปียโนได้ดี
ดีจนคิดว่าทั้งสองคน...กำลังร้องไห้ไปด้วย
.
แล้วการแสดงก็จบด้วยกลีบกุหลาบสีแดงที่ค่อยๆโปรยลงมา
จากด้านบนของเวที...ดูลงตัวเข้ากับบรรยากาศ
แม้จะเศร้าสักเพียงใด...แต่ก็งดงามไม่ต่างกัน
.
.
.
.
.
.
10.15 pm @ Front of Siam Paragon Hall
.
เมื่อจบการแสดงทั้งหมดลง พ่อ แม่และน้องสาวของสองหนุ่ม
ก็ออกมายืนรอที่หน้าฮอลล์ พูดคุยกับแขกในงาน
ที่ต่างมากล่าวชื่นชมลูกชายทั้งสอง
ว่าเล่นได้ไพเราะจับใจมาก ทั้งๆที่อายุยังน้อยอยู่แท้ๆ
อีกหน่อยคงได้ไปไกลถึงระดับนานาชาติแน่ๆ
และเมื่อจังหวะหมุนตัว...คุณอัคราพ่อของสองหนุ่ม
ก็เจอใครคนหนึ่งที่คุ้นตาจนต้องร้องทัก
"เฮ้ย~ไอ้ธาร!!"
"อ้าว...ไอ้อัครานี่หว่า ไปไงมาไงเนี่ย"
คนถูกทักก็หักมาปะกันพลางเดินเข้าไปสวมกอดอย่างคิดถึง
ไม่ได้เจอกันนานตั้งแต่งานดนตรีคลาสสิคเมื่อ 3 ปีก่อน
"ก็ไม่ไงมาไงหรอก พอดีลูกชายชั้นแสดงน่ะเลยมาดู"
"ลูกชายแกก็แสดงด้วยเหรอ?"
"ช่ายยย ลูกชายชั้นแสดงเปิดงานเลยไง"
"โอ้~~~ เจ้ายุกับเจ้าโยเองเหรอนั่น"
"เก่งป่ะล่ะลูกชายชั้นน่ะ 555+" อดีตท่านทูตหัวเราะภูมิใจ
"เออ...เก่งว่ะ ขอชมๆ แล้วนี่ไปอยู่ไหนซะล่ะ ลุงธารจะมีรางวัลให้"
พูดพลางมองไปรอบๆหาสองหนุ่มน้อยคนเก่ง
"คงจะเปลี่ยนชุดอยู่ เดี๋ยวคงมา" คุณพ่อสองหนุ่มเอ่ย
"เอ้อ...ชั้นก็มากับลูกชายน่ะ"
"แล้วไปไหนซะล่ะ?" คราวนี้อดีตท่านทูตหามั่ง
"เห็นจะไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวคงมา...อ๊ะ!นั่นไง
ไทย! ป๊าอยู่นี่ มารู้จักกับเพื่อนพ่อสมัยเรียนไฮสคูลที่อังกฤษสิ"
ธารโบกมือบอกตำแหน่งให้ลูกชายมาหา
"สวัสดีครับ ผมธีร์ลูกพ่อธารครับ" ไทยไหว้สวยงามด้วยพ่อสอนมาดี
แล้วกล่าวแนะนำตัว
"ไหว้พระเถอะลูก" อัคราลูบหัวเอ็นดู
"แล้วแม่หนูคนนั้นเป็นใครล่ะนั่นไอ้อัคร?" ธารมองไปยังเด็กหญิง
ที่ยืนคุยเจื้อยแจ้วกับคนเป็นแม่ข้างหลัง
"อ้อ...ลืมๆ"
"แหมม พ่อทำลืมหนูนะ =3=" ลูกสาวเลยค้อนพ่อขวับ
"โอ๋~~ ล้อเล่นนิดหน่อยเดียวเอง...
นี่หนูเยียร์ ลูกสาวคนเดียวของชั้น"
"น่าตาน่ารักนะเนี่ย แต่เหมือนเคยเห็นที่ไหน" ธารทำหน้าครุ่นคิด
"หนูเยียร์เป็นนางแบบน่ะ แล้วก็เป็นดาราด้วย"
"ตัวแค่นี้เก่งจริงนะ" แล้วก็ลูบหัวเด็กหญิงแสดงความเอ็นดู
"พี่คะ...พี่หน้าตาคุ้นๆนะ พี่เป็นเพื่อนกะพี่ชายหนูรึเปล่า?"
เยียร์เอ่ยถามกับไทย เพราะรู้สึกหน้าตาคุ้นๆ
เหมือนจะเคยเห็นรูปในห้องพี่ชายเธอ
"แล้วพี่ชายน้องเยียร์เป็นใครล่ะครับ"
"พี่ยุกะพี่โย คนที่เป็นนายแบบที่กำลังดังๆตอนนี้ไงคะ"
"ยุกับโย..." ไทยชักเริ่มๆถึงบางอ้อ
"แด๊ดดดด รอนานมั้ยครับ พอดีผมเซ็นต์ชื่อให้แฟนๆอยู่น่ะ"
แล้วคำตอบก็วิ่งมาเฉลยเอง...
วายุหอบช่อดอกไม้มาหอบใหญ่วิ่งมาอย่างทุลักทุเล
"อ้าวไทย...มาไงนี่" แล้วก็มาสะดุดคนคุ้นเคย...เพื่อนร่วมห้อง
"ยุ โย?" ไทยทำหน้าเหมือนยังไม่เชื่อเท่าไหร่
อะไรโลกมันจะกลมซะขนาดนี้
"เฮ้ย~~เป็นไร ก็บอกแล้วไงว่าวันนี้มาเล่นเปียโน"
โยเลยกระแทกไหล่ไทยเบาๆพอยืนยันว่าไม่ได้กำลังฝัน
"เอ้อ...ใช่!! ลืมไปเลยน่ะ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอแบบนี้
บังเอิญจังเลยเนอะ 555+"
"แน่ใจเหรอไทยว่าบังเอิญ..." วาโยยิ้มอย่างมีเลศนัย
"บางทีอาจจะเป็นพรหมลิขิตก็ได้ ^^" วายุที่เดินมาทีหลังเอ่ยทิ้งท้าย
.
.
.
To be continue part 2...
.
.
.
-----------------------------------------------------------
พาร์ทแรกก็จบลงไปแล้ว ^^
พาร์ทสองก็ไปทวงเอากับ...นะ~~ (ยิ้มชั่วร้าย อิอิ)
ก็...เริ่มมาจากที่ว่า
รู้สึกว่าไทยกับยุ+โยจะไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่เลย
ก็เลยจัดการให้ทั้ง 3 คนได้มีเหตุการณ์มาเจอกันซะที
เลยมาจบลงที่ว่า...พ่อทั้งสองคนนี้สนิทกันนั่นเอง
จะเกิดคู่ใหม่มั้ย?
จะวายมั้ย?
มินท์จะโดนใครแย่งไทยไปรึเปล่า?
บอกตอนนี้เลยว่า...ไม่รู้ 555+
ฟิคสด...ไม่มีพลอต
เพราะแม่ยะเล่นเปลี่ยนพลอตทุกครั้ง (ฮา)
พาร์ท 2 จะอีกนานไม่นาน...ไปกดดันอีกคนกันเอาเองนะคะ ^^
สำหรับวันนี้...ข้าน้อยขอลา~~
ติดตาม


