Homework 10 of Wayo*
ความฝันของวาโย*
(เล่าจากมุมมองของวาโยนะคะ ^^)
*บทละครเรื่อง "โรมิโอและจูเลียต" ในการบ้านนี้ยะดัดแปลงมาจาก
โรมิโอและจูเลียตของ วิลเลียม เชกส์เปียร์
ที่ประพันธ์แปลเป็นไทยโดย
"สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราวุธ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าแผ่นดินสยาม"
แต่ก็แค่แปลงให้คนอื่นอ่านง่ายๆเฉยๆนะ ให้ดูทันสมัยขึ้น
(ขืนใช้คำตามหนังสือ...เด็กๆได้งงกันแย่เลย)
แล้วก็บทพูดจากหนังชื่อเดียวกัน
เวอร์ชั่นที่ลีโอนาโด ดิคาปริโอเล่นนะ
.
ชี้แจงก่อนอ่าน
โรมิโอ - บุตรชายคนเดียวของเศรษฐีตระกูล "มอนตะคิว"
จูเลียต - บุตรสาวคนเดียวของเศรษฐีตระกูล "คาปูเล็ต"
เบนโวลีโอ - ลูกพี่ลูกน้องของโรมิโอ
โรซาไลน์ - คนรักคนแรกของโรมิโอ
เมอร์คิวซิโอ - เพื่อนของโรมิโอ
ติบอลต์ - ญาติของจูเลียต
.
.
.
ตอนนี้ผมกำลังเครียดกับงานใหม่นิดหน่อย
ที่ผมต้องฉายเดี่ยวไร้เงาของวายุคู่หูคนสนิทเหมือนเคย
ก็รู้สึกแปลกๆที่ต้องมารับงานนี้คนเดียว
ละครเวทีเรื่องแรกของผม!!
จะไม่เกร็งเลยถ้ามันไม่ใช่เรื่องนี้...
Romeo & Juliet
บทประพันธ์อันเลื่องชื่อของ "วิลเลียม เชกส์เปียร์"
ที่ยัยเยียร์น้องสาวตัวแสบ(กะแม่ยะ)กำลังคลั่งอยู่ตอนนี้ - -"
ส่วนเจ้ายุ...ตอนนี้กำลังเก็บตัวไปประกวดเปียโนที่เวียนนา
ในอีกเดือนข้างหน้านี่แล้ว...ผมเลยต้องรับงานคนเดียวอยู่นี่ไงล่ะ!!
ช่วงนี้ผมเลยต้องท่องบทโรมิโอสุดหล่อ ^0^
ส่วนนางเอกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน...นานาปิดเทอมใหญ่นั่นไง
(อย่าถามชื่อจริงๆเค้านะ...ผมลืมชื่อเค้าตลอดเลย TTATT)
((ขอเรียกนานานะ...เพราะแม่ยะลืมชื่อน้องจริงๆ TTATT))
จริงๆผมแอบหวังว่าจะได้พี่แต้วมาเล่นซะอีก
แต่ไม่เป็นไร...คนนี้ก็น่ารักเหมือนกัน ฮี่~~ >________<
ช่วงนี้ถ้าผมว่างก็ต้องเข้าบริษัทเพื่อมาซ้อมบทกะน้องเค้า
ทำให้ผมไม่ได้แตะบอลกะเพื่อนๆเลย TTATT
โทษทีนะเพื่อนๆ...
ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับภาระอันใหญ่ยิ่ง
เกี่ยว? - -"
.
.
"โอ้โรมิโอ! ใยเล่าเจ้าจึงเป็นโรมิโอ? ตัดขาดจากบิดาเสีย
แล้วจงเปลี่ยนนามของท่าน หากแม้นมิได้
ขอจงปฏิญาณรักกับข้า...แล้วข้าจะเลิกเป็นคาปูเล็ต"
นานายืนท่องบทอยู่กลางห้องกระจก
"จะเฝ้าฟังนางเอ่ยต่อไป หรือแจ้งแถลงไขเสียบัดนี้ดี?" ส่วนตัวผม
ก็ซ้อมคู่กับน้องเค้าอยู่มุมห้อง ทำเหมือนว่าแอบอยู่
"แค่นามของเธอเท่านั้นคืออริ...แต่เธอก็เป็นตัวเธอ
เธอมิใช่มอนตะคิว ส่วนใดเล่าที่เป็น?
ไม่ใช่มือ เท้า แขน หรือใบหน้า หรืออวัยวะใดที่เป็นของบุรุษ
เปลี่ยนเป็นนามอื่นทีได้หรือไม่?
แต่นามนั้นสำคัญไฉน...แม้นเราเรียกกุหลาบด้วยชื่ออื่น
จะหมดสิ้นถึงกลิ่นหอมหรืออย่างไร?
ตัวโรมิโอก็เฉกเช่นกัน...แม้อันชื่อโรมิโอมิใช่นาม
ตัวของเขาก็ยังคงงดงามอยู่แม้จะไม่ใช้ชื่อนั้น
โรมิโอ...ทิ้งนามนั้นเสีย แล้วรับฉันไปทั้งตัวและหัวใจ"
ทันทีที่น้องเค้าพูดจบ ผมก็ปราดเข้าไปยืนข้างหลังทันที
"ฉันขอรับคำตามเจ้าเอ่ย!...เรียกฉันว่ารักเถิด
ตอนนี้ฉันมิใช่โรมิโอผู้นั้น"
"ท่านเป็นใครใยจึงแฝงเงาราตรี?"
นานาหันกลับมาทำท่าตกใจอย่างน่ารัก~
"โอ้ทรามวัย...นามข้านั้นไซร้เป็นสิ่งอันข้าชิงชัง
ด้วยว่านามนั้นเป็นศัตรูกับคาปูเล็ตของเจ้า"
"หูฉันฟังไม่สดับถ้อยวาทีคำพร่ำพรรณนา
ท่านคือโรมิโอแห่งมอนตะคิว...หรือมิใช่?"
"มิใช่ทั้งสอง...หากเธอไม่ปรารถนา"
ผมส่ายหน้ายิ้มแล้วหมุนตัวไปอีกทาง
"เธอมาที่นี่ได้ยังไง และทำไม? บอกฉันทีเถอะ
กำแพงบ้านฉันก็สูงออกขนาดนี้...หากพี่น้องฉันพบเข้า
ที่นี่ได้กลายเป็นที่ตายของเธอแน่"
"ด้วยปีกแห่งรักนำข้า..."
"พอก่อนจ้ะวาโย..." เสียงของใครคนนึงดังขัด
"มีอะไรเหรอครับพี่แนน? ผมท่องผิดตรงไหนรึเปล่า?"
พี่แนนที่เป็นโปรดิวเซอร์จู่ๆก็เรียกผม
"อ๋อเปล่าจ้ะ~ คือพี่จะเรียกไปลองคอสตูมหน่อยน่ะ
จะได้ดูว่าต้องแก้อะไรอีกรึเปล่า"
"ได้ครับพี่แนน ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ"
ผมวางบทลงบนโซฟาแล้วตามพี่แนนออกจากห้องไป
.
.
"นี่พี่โย...ถ้าตัวเป็นโรมิโอจริงๆ เอาแบบคิดว่าเป็นโรมิโอจริงๆเลยนะ
ตัวตัดใจจากโรซาไลน์ได้จริงๆอ่ะ?"
วันนี้ยัยเยียร์มานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ที่ห้องนอนของผมตั้งแต่ผมกลับมา
ตอน 3 ทุ่มแล้ว...แล้วก็เริ่มถามอะไรแปลกๆ
"ถ้าจะให้พี่คิดแบบที่โรมิโอคิดนะ...ก็คงตัดใจได้แล้วแหละ
ไม่งั้นคงไม่รักกับจูเลียตจนสามารถตายตามได้หรอก"
ผมปิดสมุดการบ้านลงแล้วตอบคำถามเธอ
"เหรอ..." เยียร์ทำหน้ามุ่ย
"แต่ถ้าเอาความคิดของพี่นะ...พี่ตัดใจไม่ได้หรอก"
ผมลุกจากเก้าอี้เดินไปที่ห้องน้ำ...หยิบแปรงสีฟัน บีบยาแล้วลงมือแปรง
"ทำไมล่ะ?" เยียร์เดินตามออกมาแล้วถามต่อ
"เพราะถ้าเค้าทำให้เราร้องไห้ฟูมฟายเป็นบ้าเป็นหลังได้ขนาดนั้น
คงจะลืมยากแน่ๆ...ถึงจะมีจูเลียตอยู่
มันก็ต้องมีช่วงเวลาที่คิดถึงโรซาไลน์ขึ้นมาอยู่ดี"
ผมหยุดแปรงแล้วตอบเธอ
"นั่นสินะ" เยียร์ทำหน้าครุ่นคิดแล้วเดินเข้าห้องไป
"นี่เยียร์...แทนที่จะคุยไร้สาระกับพี่โย
ไปนอนไม่ดีกว่าเหรอเราน่ะ" วายุเอาผ้าคลุมเปียโน
แล้วเดินเข้ามาสมทบ
"พี่ยุอ่ะ...ก็เยียร์ยังอินกะหนังเรื่องนี้อยู่นี่นา~~" เยียร์อมลมทำท่างอน
"เชื่อพี่ยุเถอะ พรุ่งนี้เช้าค่อยถามก็ได้"
"ก็ได้...นี่เห็นว่าตัวสองคนเป็นพี่เค้าหรอกนะ
ถ้าเป็นแฟนเค้าเหรอ...ฮึ่มมม ไม่มีทางยอมหรอก" พเยียจิ๊ปากอย่างขัดใจ
พร้อมกับชกมือตัวเองด้วยความเมามันในอารมณ์
"จ้า~~แม่ตัวดี...ไปนอนได้แล้ว" วายุขยี้หัวน้องสาว
แล้วจับไหล่มนดันไปทางบันได
"ค่า~~" แล้วเยียร์ก็เดินโบกมือบ๊ายบายพี่ชายทั้งสองลงบันไดไป
.
"นายก็เหมือนกันแหละโย...ไปนอนได้แล้ว
วันนี้อยู่บริษัทตั้งแต่เลิกเรียนแล้วไม่ใช่เหรอ?"
จู่ๆยุก็หันมาจู่โจมผมด้วยคำพูดไล่ไปนอน - -"
"ถ้านายเป็นโรมิโอ...นายจะลืมโรซาไลน์ได้รึเปล่า?"
ผมถามกลับทันที
"แล้วแกเห็นชั้นลืมได้มั้ยล่ะ?...นั่นแหละคำตอบ"
"หึ...พ่อคนรักเดียว" ผมได้แต่หัวเราะในคอ
"แล้วไง" ยังมามีหน้า...ลอยหน้าลอยตาตอบเชียวนะไอ้ยุ
"สงสารสาวๆจังน้า~~
เจ้าชายของเราดันมีเจ้าหญิงในดวงใจแค่คนเดียว"
แล้วผมก็ล้มตัวลงนอน กลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง
"ช่างชั้นน่ะ...ไปนอนเหอะแกน่ะ" วายุบอกปัดแล้วปิดไฟ
ที่โต๊ะข้างเตียงของตัวเอง
"เออ...กำลังจะหลับแล้วเนี่ย เจอกันพรุ่งนี้"
"อืม...เจอกันพรุ่งนี้"
แล้วผมก็เอื้อมมือปิดไฟที่โต๊ะข้างเตียง
ดับสิ้นแสงใดๆให้เหลือเพียงแสงดาวสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง
.
.
.
.
.
ณ ชายหาดเมืองเวโรนาคิวบิก
.
"โรมิโย...วันนี้คาปูเล็ตจัดงานปาร์ตี้ว่ะ แกจะไปมั้ย?"
ผู้ชายร่างเล็กถามอีกคนที่สูงกว่า
"แกมีบัตรเชิญรึไง...เมอร์น้ำซิโอ" คนตัวสูงกว่าที่ชื่อโรมิโยตอบ
"อ่ะแน่น๊อนนนน~~ นี่ไง" ไม่พูดเปล่าพลางชูบัตรเชิญอวด
"งั้นช้าอยู่ใย...ถึงไหนถึงกันเลยว่ะพวก!!!" เบนโวธีโอ
แย่งการ์ดมาจากมือของเมอร์น้ำซิโอแล้ววิ่งไปที่รถ
.
.
ณ งานเลี้ยงคฤหาสน์คาปูเล็ต
.
โรมิโยและผองเพื่อนได้ปลอมตัวเข้ามาในปาร์ตี้
โดยสวมหน้ากากปิดบังเอาไว้เพราะเป็นปาร์ตี้แฟนซี
โรมิโยแต่งกายตัวชุดเกราะโซ่เหล็กของอัศวินสูงศักดิ์
มีหน้ากากสีเงินปิดครึ่งหน้าบน แต่มิอาจบังความงดงามได้
"ดื่มให้เยอะๆเลยโรมิโย...จะได้ลืมโรซาอินที่ทิ้งนาย
ไปจีบลูกสาวร้านเบเกอรี่ที่ชื่อลิลลี่นั่น" เบนโวธีโอในชุดสูทสีขาวเอ่ย
แล้วกระดกน้ำผลไม้สีแดงเข้าปากตาม
"พูดแล้วก็ช็อคแทนไม่หาย...อยู่ดีๆก็เป็นเลสไปซะงั้น"
เมอร์น้ำซิโอพูดพลางจิ๊ปากหงุดหงิด
แล้วจัดมงกุฏช่อมะกอกของตัวเองให้เข้าที่
"เลิกพูดถึงเค้าเถอะพวกนาย...เสียอารมณ์ - -"
โรมิโยโบกมือตัดบทเพื่อนทั้งสอง แล้วเดินหนีไปอีกทาง
.
"เคยรักแล้วหรือใจเรา...เถียงสิตาเอ๋ย
ว่ายังไม่เคยเห็นหญิงงามจนคืนนี้" หนุ่มน้อยโรมิโยแอบยืนเพ้อ
กับเสาทรงโรมันต้นหนึ่งที่หน้าบันไดเวียน เพราะเห็นผู้หญิง
คนนึงในชุดยาวสีขาวที่มีปีกกลางหลังเดินสบตาผ่านหน้าไป
ตาสีฟ้าของเธอสะกดหนุ่มน้อยนิ่งงัน ณ ตรงนั้น
ผมยาวเป็นลอนสีน้ำตาลไหวเคลียไหล่มนและแก้มชมพู
โรมิโยไม่รอช้า...เดินตามหล่อนทันที
.
"ขออภัยหากผมที่ต่ำต้อยละลาบละล้วงคุณ
แต่ก็บาปเพียงนิด...ปากผมดั่งผู้แสวงบุญ
ที่จะคลี่คลายบาปนั้นด้วยรอยจุมพิต"
เขาดึงมือเธอให้มาอยู่หลังหลืบม่าน
ในห้องโถงงานเลี้ยงแล้วเอ่ยถ้อยวาจา
"ผู้แสวงบุญ...มือคุณควรแสดงความสุภาพกว่านี้
เพราะมือคุณไม่ควรจับหัตถ์นักบุญ...ประนมสิถึงถูกกิจแท้น่ะ"
หญิงสาวตีมือโรมิโยหนุ่มดังเพี๊ยะ
"ผู้แสวงบุญก็มีปากนะ...รู้มั้ย?"
โรมิโยยื่นหน้าเข้าไปใกล้หมายจะเชยชม
"ฉะนั้นคุณก็ควรเอาไว้สวดมนต์สิ" หญิงสาวเอียงหน้าหลบได้ทัน
"โธ่เอ๋ย...ควรให้มันทำอย่างมือสิ
ภาวนาอย่าให้คุณสร้างความผิดหวังให้"
มือไม่อยู่เฉย...ค่อยๆดึงสาวเจ้าเข้ามาแนบอก (ซะงั้น)
แล้วเธอก็ผลักเขาออกเบาๆจนโรมิโยเซห่างออกไป 3 เมตร
แต่โรมิโยไม่ยอมแพ้ เดินตามเธอต่อไป
"ดังนั้นด้วยบาป...ขอล้างมันด้วยปากคุณ"
ไม่พูดเปล่าดึงหน้าเธอมาจูบทันที
"ใยคุณเอาบาปมาติดปากชั้นไว้กันเล่า?"
หญิงสาวเอามือเช็ดปากแล้วตบไปที่หน้าชายหนุ่มฉาดใหญ่
พร้อมกับเอียงอายขวยเขิน(?)
"บาปจากปากผมงั้นเหรอ? การล่วงเกินที่แสนหวาน
งั้นผมขอบาปนั้นคืนแล้วกัน"
แล้วเขาก็ดึงหน้าเธอมาจูบอีกรอบ...แล้วเธอก็ตบอีกที
(ตบจูบๆสินะงานนี้ - -")
.
เมื่อถึงเวลาที่ต้องจากกัน...เวลาก็นำข่าวร้ายมาทันที
เมื่อมีคนมาตามตัวหญิงสาวให้ไปพบแม่ของเธอ
"เธอเป็นคาปูเล็ตเหรอ?" โรมิโยทรุดลงที่เชิงบันไดอย่างอ่อนแรง
"เค้าคือโรมิโยแห่งสกุลมอนตะคิว...ผู้เป็นอริกับตระกูลเรา"
หญิงสูงวัยผู้หนึ่งกระซิบที่ข้างหูนาง
"เจ้าหมายตานางใดโรมิโย...จูริสแห่งคาปูเล็ตกระนั้นหรือ?"
แล้วเมอร์น้ำซิโอก็เฉลยว่าเธอนั้นคือใคร
.
.
.
หลังจากที่ถูกเพื่อนลากตัวออกจากงานเพราะ
เกรงว่าติเย้จะจำได้เพราะมองมาที่พวกเค้าหลายรอบ
ด้วยสายตาอาฆาตยากจะคาดเดาว่าหากปะทะกันจะเกิดอะไร
แต่โรมิโยหนุ่มก็ยังคงติดใจสาวจูริส จึงกระโดดลงจากรถ
แล้วปืนกำแพงเข้าคฤหาสน์คาปูเล็ตอันสูงลิบ
หมายจะยลโฉมนางอีกครั้งในยามนิทรา
"โอ้โรมิโย! ใยเล่าเจ้าจึงเป็นโรมิโย? ตัดขาดจากบิดาเสีย
แล้วจงเปลี่ยนนามของท่าน หากแม้นมิได้
ขอจงปฏิญาณรักกับข้า...แล้วข้าจะเลิกเป็นคาปูเล็ต"
โรมิโยที่แอบอยู่ใต้ระเบียงได้ยินเสียงของหญิงสาวเรียกชื่อเค้าดังขึ้น
"จะเฝ้าฟังนางเอ่ยต่อไป หรือแจ้งแถลงไขเสียบัดนี้ดี?"
โรมิโยรำพึงกับตัวเองเบาๆ
"แค่นามของเธอเท่านั้นคืออริ...แต่เธอก็เป็นตัวเธอ
เธอมิใช่มอนตะคิว ส่วนใดเล่าที่เป็น?
ไม่ใช่มือ เท้า แขน หรือใบหน้า หรืออวัยวะใดที่เป็นของบุรุษ
เปลี่ยนเป็นนามอื่นทีได้หรือไม่?
แต่นามนั้นสำคัญไฉน...แม้นเราเรียกกุหลาบด้วยชื่ออื่น
จะหมดสิ้นถึงกลิ่นหอมหรืออย่างไร?
ตัวโรมิโยก็เฉกเช่นกัน...แม้อันชื่อโรมิโยมิใช่นาม
ตัวของเขาก็ยังคงงดงามอยู่แม้จะไม่ใช้ชื่อนั้น
โรมิโย...ทิ้งนามนั้นเสีย แล้วรับฉันไปทั้งตัวและหัวใจ"
"ฉันขอรับคำตามเจ้าเอ่ย!...เรียกฉันว่ารักเถิด
ตอนนี้ฉันมิใช่โรมิโยผู้นั้น"
โรมิโยปราดเข้าไปสวมกอดจูริสทางด้านหลังทันที
"ท่านเป็นใครใยจึงแฝงเงาราตรีมืดมิดเช่นนี้?"
ด้วยอารมตกใจ...จูริสจึงชกชายหนุ่มไปเต็มๆที่ท้องหนึ่งหมัดถ้วน
"โอ้จูริสทรามวัย...นามข้านั้นไซร้เป็นสิ่งอันข้าชิงชัง
ด้วยว่านามนั้นเป็นศัตรูกับคาปูเล็ตของเจ้า"
แม้จะเจ็บจุก แต่โรมิโยก็ไม่หยุดถ้อยพาที
"หูฉันฟังไม่สดับถ้อยวาทีคำพร่ำพรรณนา
ท่านคือโรมิโยแห่งมอนตะคิว...หรือมิใช่? บอกมา!!"
สาวเจ้าตะคอก ทำให้โรมิโยสะดุ้งเฮือก แต่ก็มิได้ถอย
"มิใช่ทั้งสอง...หากเธอไม่ปรารถนา"
ยังใจกล้าจับปอยผมเธอขึ้นมาดมไม่กลัวโดนดี
"เธอมาที่นี่ได้ยังไง และทำไม? บอกฉันทีเถอะ
กำแพงบ้านฉันก็สูงออกขนาดนี้...หากพี่น้องฉันพบเข้า
ที่นี่ได้กลายเป็นที่ตายของเธอแน่"
หญิงสาวดึงผมเธอออกจากมือชายหนุ่ม
แล้วหยิกแก้มเขาด้วยความหมั่นไส้ในความน่ารัก
"ด้วยปีกแห่งรักนำข้า..."
ยังไม่ทันจะเอ่ยจบประโยค
ชายหนุ่มก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาสะกิดที่หลังเบาๆ
.
.
.
.
.
.
.
.
"โยเว้ย...ตื่นได้แล้ว วันนี้ต้องไปโรงเรียนนะ"
วายุเขย่าตัววาโยให้ตื่นซะที เพราะนาฬิกาบอกว่า 6 โมงกว่าแล้ว
"โอ้จูริสทรามวัยของพี่โย..." ส่วนวาโยก็ยังเพ้อไม่ตื่นซะที
"เฮ้ยยยย แกจะละเมอไปถึงไหนวะ ตื่นได้แล้วเว๊ยยย
จูริสบ้าบออะไรของแก นี่แกซ้อมบทหนักจนเพ้อรึไง"
วายุส่ายหน้าด้วยความระอาใจ
"ห๊ะ??? อ้าว...ที่นี่ที่ไหนเนี่ย" แล้ววาโยก็ตกใจตื่น
"ไอ้นี่ชักจะบ้า...ที่นี่ก็ห้องนอนเราไง - -*
ทำงานมากไปชักเพี้ยนแล้วมั้งแกน่ะ"
วายุจัดแจงจัดเข็มขัดให้เข้าที่เตรียมตัวจะลงไปข้างล่าง
"เมื่อกี้ชั้นฝันเหรอ?" วาโยลุกขึ้นมาขยี้หัวตัวเองด้วยความงัวเงีย
"ไม่มั้ง...ละเมอเสียงดังขนาดนั้นน่ะ"
"แล้วเมื่อกี้ชันฝันอะไรอยู่วะ"
"ชั้นจะรู้กับแกเหรอ? ไปอาบน้ำแต่งตัวไปเรียนได้แล้ว"
แล้ววายุก็หยิบกระเป๋าเดินลงบันไดไป
ทิ้งให้อีกคนยืนเกาหัวแกรกๆอยู่กลางห้อง
ทบทวนสมองว่าเมื่อคืนฝันอะไรบ้าง
แต่คิดไปคิดมายังไงก็คิดไม่ออก เลยเลิกคิดแล้วไปอาบน้ำ
เตรียมตัวไปเรียนให้ทัน...
.
.
.
จบแล้วจ้ะ~~
.
.
-----------------------------------------------------------
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก กว่าจะจบได้
เล่นล่อไปซะ 2 วันเลยนะเนี่ย - -"
ทำไมการบ้านวาโยมันยากกว่าวายุทุกทีเลยนะ
ตอนนี้ยังมีแอบทิ้งระเบิดลูกเล็กๆไว้ด้วยนะ สังเกตกันป่าววว
พึ่งสังเกตว่าเอาไอริสมาอยู่ในฝันของทั้ง 2 หนุ่มเลย 555+
แบบว่าเธอช่างเข้ากะอิมเมจในความฝัน
ตอนแรกกะเอาลี่ลี่มาเล่นเป็นจูเลียต...แต่ดูไม่ค่อยเข้ากัน
แอบขำพี่ยุ(ตัวจริง)บอกให้เอาอินทรีมาเป็นโรซาไลน์
แล้วให้โรซาอินกลายเป็นเลสทิ้งหนุ่มโรมิโยไปเกี้ยวสาวลิลลี่
นั่งคิดพลอตเรื่องกันไปก็ฮากันไป 555+
(ขำมั้ย...การบ้านวาโยแต่วายุเป็นคนคิดพลอตให้ซะงั้น)
ส่วนตัวโอเคนะ สมัยดู Romeo + Juliet เวอร์ชั่นปี 1996 ชอบ ติบอลต์กับเมอร์คิวซิโอสุดๆ
โอ้...โรมิโย~


